INSURANCETHAI.NET
Mon 12/04/2021 13:18:08
Home » Uncategorized » รถจอดอยู่ถูกชนเราชั้น3 คู่กรณีชั้น 1 ทำอย่างไร?\"you

รถจอดอยู่ถูกชนเราชั้น3 คู่กรณีชั้น 1 ทำอย่างไร?

2021/03/15

รถเราเป็นประกันชั้น 3 จอดอยู่ในลานจอดรถคู่กรณีถอยรถชนเสียหาย คู่กรณีมีประกันชั้น 1 ได้โทรหาประกันชั้น 1 แล้วโทรหาเรา ของเราเป็นประกันชั้น 3 เราควรทำอย่างไร?

รปภติดต่อเจ้าหน้าที่อาคาร เราไปที่เกิดเหตุคู่กรณีก็ขอโทษและก็ขอเบอร์เอาไว้จะได้ไม่ต้องรอถ้าประกันมาจะโทรตาม แล้วกลับขึ้นไปที่ห้องแล้วก็โทรหาประกันของเราที่เป็นประกันชั้น 3

กรณีที่ 1 ถ้าคู่กรณียอมรับผิดก็รับเอกสารใบเคลมแล้วไปเคลมที่อู่ของคู่กรณี (ใช้สิทธิ์ประกันคู่กรณี ) วิธีนี้เป็นวิธีเดียวกับกรณีรถฝ่ายถูกไม่มีประกัน

กรณีที่ 2 ถ้าคู่กรณีไม่ยอมรับผิดฝ่ายเราต้องเรียกประกันมาด้วยเพื่อจะได้ตกลงกันได้

วิธีที่ดีที่สุดคืออะไร?

ให้เรียกประกันของเรามาเพื่อคุมราคา !? ความจริงแล้วอาจเข้าใจผิดประเด็นนี้ ไม่สามารถคุมราคาได้ เพราะความเสียหายยังไม่ถูกประเมิน ้คนที่อยู่หน้างานหรือสถานที่เกิดเหตุเป็นแค่เซอร์เวย์ซึ่งมีหน้าที่ถ่ายรูปเก็บข้อมูลรายละเอียดทั้งหมดเท่านั้น รวมถึงการเดินเรื่องต่างๆเพื่อให้บริษัทประกันหรือลูกค้าของตัวเองได้ประโยชน์สูงสุดแต่ก็มีบางบริษัทประกันภัยที่มีเซอร์เวย์ไม่ได้ช่วยเหลืออะไรลูกค้าของบริษัทเลยเช่นกัน คือออกแนวใจดีไม่ทะเลาะอะไรกับใครก็หน้าก้มตาเป็นฝ่ายรับผิดเองอะไรแบบนั้นก็มีซึ่งสิ่งนี้จะทำให้ลูกค้าเสียผลประโยชน์เพราะว่าแม้ประกันชั้น 1 จะเคลมได้ทั้งเราและคู่กรณีแต่ว่าจะทำให้เสียประวัติได้ถ้าหากสรุปแล้วเราเป็นฝ่ายรับผิดทั้งที่เราไม่ผิดหรือต้องเป็นกรณีการประมาทร่วมก็เช่นกัน

ดังนั้นหน้าที่หลักของประกันฝ่ายเราก็คือช่วยในทุกๆเรื่องเท่าที่ทำได้ไม่ว่าจะเป็นความรู้สิ่งที่ควรทำหรือแม้กระทั่งไม่ให้ประกันคู่กรณีข่มเป็นต้น

เมื่อเกิดอุบัติเหตุชนกันมีประกันทั้ง 2 ฝั่งควรเอารถเราไปซ่อมประกันเขาหรือของตัวเราเอง?

1.ถ้าเราเป็นประกันชั้น1 ชั้น 2+ ชั้น 3+ สามารถเลือกได้ว่าจะซ่อมประกันของตัวเองหรือของคู่กรณี

2.ถ้าเราเป็นประกันชั้น 3 จะต้องไปใช้สิทธิ์ซ่อมประกันของคู่กรณีหรือใช้สิทธิ์ประกันคู่กรณีเพราะชั้น 3 ไม่คุ้มครองการซ่อมรถตัวเอง

ดังนั้นการเรียกประกันของเรามาประกันเราจะเก็บรายละเอียดข้อมูลไว้ให้เผื่อต้องใช้ในอนาคตหรืออาจช่วยเป็นพยานให้ได้เป็นต้นซึ่งทางเป็นการเกิดอุบัติเหตุที่มีความเสียหายมากก็มีความจำเป็น

เคสนี้หลังจากชนเราโทรไปแล้วก็ขับรถไปที่อู่แห่งหนึ่งพัฒนาการ 13 ชื่อ JR การาจ ไปถึงเขาแนะนำว่า ถ้าไม่อยากซ่อมก็สามารถขับรถไปที่สำนักงานใหญ่ของชัปป์ประกันภัยเพื่อคุยเรื่องจำนวนเงินที่จะต้องจ่ายได้โดยอาจไม่ต้องเข้าอู่ซ่อมก็คือเราอาจจะซ่อมเองได้ในภายหลัง เราถามว่าเราอยากประเมินการซ่อมก่อน เขาบอกว่าถ้าประเมินซ่อมต้องไปประเมินที่อู่นอกเครือซึ่งเราก็ไม่เข้าใจว่าเพราะอะไร แล้วก็ที่อู่คิวยาวกว่าจะว่างก็มิถุนายน ..🤔

เราโทรไปหาชัปป์ประกันภัย ปรากฏว่าข้อมูลอุบัติเหตุนี้ยังไม่ได้ถูกส่งเข้าระบบคือเราทำเรื่องเร็วเกินไปดังนั้นหากเกิดอุบัติเหตุแล้วเรามีเวลาว่างก็ต้องรอให้เรื่อง ถูกส่งเข้าไปที่บริษัทประกันก่อน คือ survey ที่มาเก็บข้อมูลจะต้องใช้เวลากวาดที่ข้อมูลนี้จะถูกส่งถึงบริษัทอย่างครบถ้วนตามกระบวนการนั้นเองอาจใช้เวลาอย่างน้อย 3 วันเป็นต้นกลายเป็นว่าเราใจร้อนเกินไป

จากนั้นเราก็ขับรถไปที่เจเอสยนต์ตรงอ่อนนุช 46 พนักงานคนหนึ่งหลังจากดูแผลรถแล้วก็แนะนำให้ไปที่สำนักงานใหญ่ของชับบ์ประกันภัยเพื่อรับเป็นเงินสดและค่าขาดประโยชน์จากการขาดการใช้งานรถ ซึ่งจะมีราคากลางอยู่แล้วในปัจจุบันประมาณ 500 บาทต่อวัน

เราก็สงสัยว่าทำไมเขาเหมือนไม่อยากจะรับหรือยังไงตั้งแต่แรกแล้วแล้วก็มาอู่ที่ 2 ปรากฏว่าจริงๆแล้วมันมีเหตุผลอยู่

เราคะยั่นคะยอถามเขาด้วยความใจเย็น สุภาพและเข้าใจด้วยสงสัยว่าเพราะเหตุใด งานที่อู่เยอะหรือว่าเป็นการเครมที่เล็กๆน้อยๆจนเกินไปแล้วไม่อยากรับ ในที่สุดเขาก็ยอมบอก เหตุผลจริงๆคือถ้าเป็นลักษณะการชนที่มีแผลเดิมมาก่อนอย่างเช่นกันชน ประกันจะให้เราจ่ายครึ่งหนึ่งด้วยดังนั้นในกรณีนี้หากลูกค้าหรือผู้เอาประกันไม่เข้าใจก็จะต่อว่าอู่หรือมีปัญหาทะเลาะเบาะแว้งกันได้อยู่น่าจะเจอปัญหานี้มาพอสมควรจึงเข้าใจ

สรุปเคสมีพนักงานเขาดูแลดีมากเป็นหนุ่มวัยรุ่นมาดขรึมมีความเป็นผู้ใหญ่นิ่งน่าเชื่อถือ การทำเรื่องเครมโดยการส่งไปประเมินราคากับบริษัทประกัน ต้องใช้เอกสาร 3 อย่าง 1 หน้าต่างกรมธรรม์ เพื่อบริษัทประกันคู่กรณีจะได้ทราบว่ามีประกันที่เดียวและมีข้อมูลต่างๆที่จะเป็นประโยชน์ 2. เล่มทะเบียนรถยนต์ 3.ใบขับขี่ ซึ่งรายละเอียดเอกสารต่างๆจะมีบอกไว้ในใบเคลมด้านหลังว่าต้องใช้อะไรบ้างกรณีอะไรสามารถสั่งเพิ่มได้

สักพักหนึ่งพนักงานคนนี้ก็ต้องไปเอารถไปส่งลูกค้าจะได้ส่งต่อให้พนักงานผู้หญิงในออฟฟิศอีกคนหนึ่งประสานงานต่อเราก็ส่งเอกสารเป็นไฟล์ให้ไปทางไลน์ ดูรูปแบบการทำงานแล้วอู่มีความใส่ใจ (คุณสามารถแอดไลน์ JS7222)

พนักงานก็ออกมาขูดเลขตัวถังแล้วแปะลงไปในใบเคลมเพื่อเตรียมส่งให้บริษัทประกันต่อไปส่วนเราขับรถกลับ

อาจใช้เวลาสัก 3 ถึง 5 วันกว่าจะทราบผล




insurancethai.net เว็บไซต์สื่อกลาง ศูนย์รวมข้อมูลประกันภัย

สินค้าประกันภัย โปรดสอบถาม บริษัทประกันภัย เจ้าของผลิตภัณฑ์ หรือ ตัวแทน/นายหน้า ทั่วประเทศ




up arrow