MLR, MOR และ MRR คือ อัตราดอกเบี้ยอ้างอิงแบบลอยตัว (Floating Rate)
MLR, MOR และ MRR คือ อัตราดอกเบี้ยอ้างอิงแบบลอยตัว (Floating Rate) ที่ธนาคารพาณิชย์แต่ละแห่งประกาศใช้ เพื่อเป็นฐานในการคำนวณดอกเบี้ยเงินกู้ให้กับลูกค้าประเภทต่างๆ โดยอัตราเหล่านี้จะเปลี่ยนแปลงได้ตามต้นทุนทางการเงินของธนาคารและสภาวะเศรษฐกิจครับ
ความแตกต่างหลักของทั้ง 3 ประเภท ขึ้นอยู่กับ “กลุ่มลูกค้า” และ “วัตถุประสงค์ของสินเชื่อ” ดังนี้ครับ:
1. MLR (Minimum Loan Rate)
- คำนิยาม: อัตราดอกเบี้ยสำหรับลูกค้ารายใหญ่ชั้นดี
- วัตถุประสงค์: ใช้กับสินเชื่อที่มีระยะเวลาการชำระคืนแน่นอน เช่น สินเชื่อเพื่อการประกอบธุรกิจ สินเชื่อโครงการขนาดใหญ่
- เงื่อนไข: ผู้กู้ต้องมีประวัติการเงินที่ดีและมีหลักทรัพย์ค้ำประกันเพียงพอ
2. MOR (Minimum Overdraft Rate)
- คำนิยาม: อัตราดอกเบี้ยสำหรับลูกค้ารายใหญ่ชั้นดี ประเภทวงเงินเบิกเกินบัญชี (OD)
- วัตถุประสงค์: ใช้สำหรับธุรกิจที่ต้องการสภาพคล่อง โดยธนาคารอนุมัติวงเงินให้เบิกใช้ได้ตลอดเวลาตามความจำเป็น
- เงื่อนไข: เป็นการเบิกใช้เกินยอดเงินฝากในบัญชี จึงมีความเสี่ยงสูงกว่าประเภทอื่น ดอกเบี้ย MOR จึงมักสูงกว่า MLR
3. MRR (Minimum Retail Rate)
- คำนิยาม: อัตราดอกเบี้ยสำหรับลูกค้ารายย่อยชั้นดี
- วัตถุประสงค์: ใช้กับสินเชื่อที่อยู่อาศัย (สินเชื่อบ้าน) และสินเชื่อส่วนบุคคล
- เงื่อนไข: ใช้คำนวณดอกเบี้ยสำหรับบุคคลธรรมดาที่มีประวัติการเงินดี
ตารางเปรียบเทียบสรุป
| อัตราดอกเบี้ย | กลุ่มลูกค้าหลัก | สินเชื่อที่นิยมใช้ |
| MLR | ลูกค้ารายใหญ่ | สินเชื่อธุรกิจ, สินเชื่อระยะยาว |
| MOR | ลูกค้ารายใหญ่ | วงเงินเบิกเกินบัญชี (OD) |
| MRR | ลูกค้ารายย่อย | สินเชื่อบ้าน, สินเชื่อส่วนบุคคล |
ข้อควรทราบ:
- ดอกเบี้ยจริงที่จ่าย: ธนาคารมักจะไม่ได้เรียกเก็บดอกเบี้ยเท่ากับอัตรา MRR, MLR หรือ MOR เป๊ะๆ แต่จะใช้วิธีนำมาบวกหรือลบด้วยอัตราส่วนต่าง (เช่น MRR – 1.00% ต่อปี) ตามโปรโมชันหรือความเสี่ยงของผู้กู้แต่ละราย
- การอัปเดต: คุณสามารถตรวจสอบอัตราปัจจุบันของแต่ละธนาคารได้ที่เว็บไซต์ของธนาคารนั้นๆ หรือเว็บไซต์ของธนาคารแห่งประเทศไทยครับ
สอบถาม บริษัทประกันภัย เจ้าของผลิตภัณฑ์ หรือ ตัวแทน/นายหน้า ทั่วประเทศ

