INSURANCETHAI.NET
Fri 26/06/2026 6:00:41
Home » Uncategorized » สถาบันวิทยาการประกันภัยระดับสูง ( OIC Advanced Insurance Institute)\"you

สถาบันวิทยาการประกันภัยระดับสูง ( OIC Advanced Insurance Institute)

2026/06/18 5418👁️‍🗨️

ตัวย่อสากลอย่างเป็นทางการภายในองค์กรมักใช้อักษรย่อร่วมเป็น OIC-AII แต่ในวงการธุรกิจและหลักสูตรผู้บริหารระดับสูง มักจะเรียกและจำกันง่ายๆ ในชื่อสถาบันวิทยาการประกันภัยระดับสูง หรือคุ้นเคยกันในบริบทของหลักสูตร วปส.

บทบาทหน้าที่ของ สถาบันวิทยาการประกันภัยระดับสูง

สถาบันนี้ถูกจัดตั้งขึ้นโดย สำนักงาน คปภ. โดยมีเป้าหมายหลักในการเป็นศูนย์กลางการพัฒนาความรู้ระดับสากล และสร้างผู้บริหารรุ่นใหม่ในธุรกิจประกันภัย รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งภาครัฐและเอกชน

  • จัดหลักสูตรผู้บริหารระดับสูง: หลักสูตรที่เป็นเรือธง (Flagship) ของสถาบันนี้คือ หลักสูตรวิทยาการประกันภัยระดับสูง (วปส.) ซึ่งเป็นหลักสูตรที่ดึงผู้บริหารระดับสูงจากทั้งธุรกิจประกันชีวิต ประกันวินาศภัย แบงก์กิ้ง รวมถึงข้าราชการและองค์กรอิสระ มาร่วมเรียนรู้ แลกเปลี่ยน และทำวิจัยเพื่อพัฒนานโยบายประกันภัยของประเทศ
  • พัฒนาและยกระดับบุคลากร: มุ่งเน้นการวิจัย คาดการณ์เทรนด์ใหม่ๆ เช่น InsurTech, การบริหารความเสี่ยง (Risk Management) และกฎหมายประกันภัยที่ปรับเปลี่ยนไปตามยุคสมัย
  • สร้างเครือข่ายระดับผู้นำ: เพื่อให้เกิดการเชื่อมโยงและประสานงานกันอย่างราบรื่นระหว่างตัวแทนภาคธุรกิจและหน่วยงานกำกับดูแลอย่าง คปภ.

เกร็ดเพิ่มเติม: หากเป็นหลักสูตร วปส. ของสถาบันนี้ การคัดเลือกผู้เข้าเรียนจะค่อนข้างเข้มข้นมาก เพราะจำกัดจำนวนคนต่อรุ่น และผู้เรียนส่วนใหญ่จะเป็นระดับ CEO, กรรมการผู้จัดการ หรือข้าราชการระดับสูง เพื่อให้ได้ข้อเสนอแนะเชิงนโยบายที่จะเอาไปพัฒนาอุตสาหกรรมประกันภัยได้จริงๆ

1. คปภ. อยู่ภายใต้การกำกับของใคร?

สำนักงาน คปภ. เป็นองค์กรอิสระของรัฐ (ไม่ใช่รัฐวิสาหกิจและไม่ใช่ระบบราชการ) แต่ตามกฎหมายแล้ว คปภ. จะอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ กระทรวงการคลัง โดยมี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป็นผู้ดูแลสูงสุดในเชิงนโยบาย

2. บอร์ดเหนือ คปภ. เรียกว่าอะไร?

คนที่มีอำนาจควบคุมหรือออกหลักเกณฑ์ให้สำนักงาน คปภ. ปฏิบัติตาม คือ “คณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย” หรือที่ในวงการเรียกสั้นๆ ว่า “บอร์ด คปภ.”

  • บอร์ดนี้จะมีปลัดกระทรวงการคลังเป็นประธาน และมีกรรมการโดยตำแหน่ง เช่น ปลัดกระทรวงพาณิชย์, ผู้ว่าการแบงก์ชาติ (ธปท.), เลขาธิการ ก.ล.ต. มาร่วมเป็นกรรมการ
  • ตัวสำนักงาน คปภ. (ที่มีเลขาธิการ คปภ. เป็นหัวหน้า) มีหน้าที่นำนโยบายจากบอร์ดนี้ไปปฏิบัติอีกที

สรุปให้มั่นใจได้เลยครับ: คปภ. เป็นผู้กำกับดูแลธุรกิจประกันภัยทั้งหมดในประเทศไทย โดยรับนโยบายตรงจาก บอร์ด คปภ. และ กระทรวงการคลัง เท่านั้นครับ ไม่มีหน่วยงานนอกมาสั่งการหรือคุม คปภ. อีกทีอย่างแน่นอน วิทยากรน่าจะจำสับสนกับชื่อบอร์ด หรือชื่อดัชนีชี้วัดบางตัวในบทเรียนของวันนี้

“ประวัติศาสตร์การต่ออายุใบอนุญาต” และการเปลี่ยนผ่านระบบจาก “แค่ยื่นเปลี่ยนบัตร” มาเป็น “ต้องอบรมก่อน”

“TII” หรือ สถาบันประกันภัยไทย (Thailand Insurance Institute) หรืออีกชื่อที่คนรุ่นเก่าคุ้นเคยกันดีคือ “สมาคมประกันภัยไทย” ร่วมกับทาง คปภ. (หรือกรมการประกันภัยในอดีต)

เพื่อให้เห็นภาพประวัติศาสตร์ของวงการประกันภัยและที่มาที่ไป ลองดูไทม์ไลน์นี้

1. ยุคเก่า: “ระบบจ่ายเงินเปลี่ยนบัตร”

ในอดีตนานมาแล้ว (ยุคที่ยังเป็น กรมการประกันภัย สังกัดกระทรวงพาณิชย์)
การต่ออายุใบอนุญาตตัวแทน/นายหน้าประกันภัย
ไม่ได้มีความเข้มงวดเรื่องชั่วโมงอบรมเหมือนปัจจุบัน
พอครบกำหนด 1 ปี หรือ 3 ปี ก็แค่ถือใบอนุญาตเดิม
เดินไปเขียนคำขอ จ่ายค่าธรรมเนียม แล้วก็สลับเอาบัตรใบใหม่มาได้เลย

2. จุดเปลี่ยน: ทำไมต้องมีสถาบันตัวกลางเข้ามาจัดการ?

พอธุรกิจประกันภัยเริ่มซับซ้อนขึ้น มีโปรดักต์ใหม่ๆ เข้ามา และเริ่มมีปัญหาเรื่องคุณภาพของตัวแทนและข้อร้องเรียนจากผู้บริโภคมากขึ้น หน่วยงานกำกับดูแลจึงเล็งเห็นว่า “จะปล่อยให้ต่ออายุเฉยๆ โดยไม่มีการอัปเดตความรู้ไม่ได้อีกต่อไป”

จึงได้มีการร่วมมือกับ TII (สถาบันประกันภัยไทย) ซึ่งเป็นสถาบันวิชาการที่เป็นกลาง:

  • เข้ามาเป็นคนวางรากฐาน ระบบหลักสูตรการจัดอบรม และ การจัดสอบ ใบอนุญาต
  • กำหนดให้ “การอบรม” เป็นเงื่อนไขภาคบังคับก่อนที่จะเดินไปยื่นขอต่ออายุบัตรที่ คปภ.
  • ต่อมา คปภ. ก็ได้กระจายอำนาจให้ สมาคมประกันชีวิตไทย และสมาคมประกันวินาศภัยไทย เข้ามาร่วมจัดอบรมและสอบด้วย เพื่อให้รองรับคนได้เพียงพอ

3. ทำไมวิทยากรถึงพูดว่า “หน่วยงานนี้มาคุม คปภ. อีกที”?

ที่วิทยากรบอกว่าหน่วยงานนี้มา “คุม” หรือมา “บอก คปภ. ว่าทำแบบนั้นไม่ได้” น่าจะเป็นการอธิบายในเชิง ความเห็นทางวิชาการ หรือการวางมาตรฐานโครงสร้างการศึกษา ครับ

คือสถาบันวิชาการด้านประกันภัย (เช่น TII หรือเครือข่ายสถาบันประกันภัยในระดับสากล) เป็นผู้ชี้ให้เห็นว่า หากประเทศไทยยังใช้ระบบเดิม (จ่ายเงิน-เปลี่ยนบัตร) จะไม่ผ่านเกณฑ์มาตรฐานสากล และทำให้ธุรกิจประกันภัยไทยพัฒนาไปข้างหน้าไม่ได้ ทาง คปภ. ในฐานะผู้คุมกฎ จึงต้องรับลูกและออกเป็นกฎหมายบังคับใช้อย่างที่เราเจอในปัจจุบัน (เช่น การต้องเก็บชั่วโมงอบรม 30 ชั่วโมงในการต่ออายุครั้งที่ 4 ขึ้นไป)

สรุปสั้นๆ ให้สบายใจครับ: เรื่องราวประวัติศาสตร์ที่วิทยากรเล่าคือ เรื่องจริง ครับ ในอดีตแค่เปลี่ยนบัตรเฉยๆ จริง แต่หน่วยงานที่เป็นตัวแปรสำคัญในการวางระบบอบรมคือ TII (สถาบันประกันภัยไทย)

สถาบันนี้อยู่ภายใต้การกำกับของใครแล้วมีอำนาจแค่ไหน

หลายคนมักจะงงว่าสรุปแล้ว TII (สถาบันประกันภัยไทย) หรือสถาบันวิชาการลักษณะนี้ ใหญ่มาจากไหน แล้วทำไมถึงมีบทบาทกับชีวิตคนทำอาชีพประกันภัยได้ขนาดนี้

เพื่อความชัดเจน เราต้องแยกคำว่า “อำนาจตามกฎหมาย” ออกจาก “หน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย”

1. TII อยู่ภายใต้การกำกับของใคร?

TII (สถาบันประกันภัยไทย) ไม่ใช่หน่วยงานราชการ และไม่ใช่รัฐวิสาหกิจ แต่มีสถานะเป็น “มูลนิธิ” (จดทะเบียนในนาม มูลนิธิสถาบันประกันภัยไทย) ที่จัดตั้งขึ้นมาจากการร่วมมือกันของภาคเอกชนและรัฐตั้งแต่ปี พ.ศ. 2525

โครงสร้างการกำกับดูแลจึงเป็นแบบนี้

  • การบริหารภายใน: อยู่ภายใต้การดูแลของ “คณะกรรมการมูลนิธิ” (Board of Directors) ซึ่งเป็นการรวมตัวกันของตัวแทนจาก สมาคมประกันวินาศภัยไทย, สมาคมประกันชีวิตไทย, และผู้ทรงคุณวุฒิในวงการ
  • การกำกับดูแลเชิงนโยบายและการทำงาน: แน่นอนว่าต้องอยู่ภายใต้การกำกับและควบคุมมาตรฐานโดย สำนักงาน คปภ. อย่างใกล้ชิด เพราะหลักสูตร เนื้อหา หรือข้อสอบใดๆ ที่ TII จะจัดทำขึ้นมา ต้องผ่านการอนุมัติจาก คปภ. ก่อนเสมอ ไม่สามารถคิดเองเออเองได้ครับ

2. TII มี “อำนาจ” แค่ไหน?

ถ้าพูดกันตามตรงในแง่ของกฎหมาย TII “ไม่มีอำนาจเบ็ดเสร็จ” ในการออกกฎหรือบังคับใคร

คนที่มีอำนาจออกกฎหมาย (เช่น กฎที่บอกว่า ‘คุณต้องอบรม 30 ชั่วโมงเพื่อต่ออายุครั้งที่ 4’ ) คือ คปภ.
แต่สิ่งที่ TII มีคือ “หน้าที่ที่ได้รับมอบหมายทางกฎหมาย” (Delegated Authority)
ซึ่งทำให้พวกเขามีบทบาทสำคัญ 3 ด้านหลักๆ ดังนี้

บทบาทหน้าที่ของ TIIขอบเขตหน้าที่และอิทธิพลในวงการ
1. หน่วยงานจัดสอบอย่างเป็นทางการคปภ. มอบหมายให้ TII เป็นหนึ่งในหน่วยงานหลักในการ จัดสอบใบอนุญาต ตัวแทนและนายหน้า รวมถึงการพัฒนาคลังข้อสอบ (ที่หลายคนบ่นว่ายากนั่นแหละครับ)
2. ผู้กำหนดมาตรฐานหลักสูตรอบรมเป็นผู้ออกแบบและจัดโครงสร้าง หลักสูตรขอรับและขอต่ออายุใบอนุญาต เพื่อให้ คปภ. อนุมัติใช้เป็นมาตรฐานเดียวกันทั่วประเทศ
3. สถาบันฝึกอบรม (Training Provider)ทำหน้าที่เป็นเซ็นเตอร์ในการจัดอบรมเก็บชั่วโมง (ทั้งแบบห้องเรียนและ e-Learning) ให้กับคนในอุตสาหกรรมประกันภัย

เปรียบเทียบให้เห็นภาพง่ายๆ:

คปภ. เปรียบเสมือน “กระทรวงศึกษาธิการ” ที่เป็นคนออกกฎหมายและคุมนโยบายทั้งหมด ส่วน TII เปรียบเสมือน “โรงเรียนหรือมหาวิทยาลัยชั้นนำ” ที่กระทรวงฯ มอบหมายให้มาทำหน้าที่สอน จัดหลักสูตร และจัดสอบนักเรียนแทน

ดังนั้น ที่วิทยากรบอกว่าหน่วยงานนี้บอก คปภ. ว่า “ทำแบบเดิม (ยื่นเปลี่ยนบัตรเฉยๆ) ไม่ได้แล้ว” มันจึงไม่ใช่การใช้อำนาจสั่งการ คปภ. แต่เป็นการที่ TII ในฐานะสถาบันวิชาการที่เป็นกลาง ไปนำเสนอข้อมูลและวางระบบร่วมกับ คปภ. ว่า “ถ้าเราอยากให้ตัวแทนไทยมีความน่าเชื่อถือระดับสากล คปภ. ต้องออกกฎให้มีการอบรมนะ และเดี๋ยว TII จะเป็นคนช่วยจัดการเรื่องหลักสูตรและการจัดสอบให้เอง”





สอบถาม บริษัทประกันภัย เจ้าของผลิตภัณฑ์ หรือ ตัวแทน/นายหน้า ทั่วประเทศ



คอมเม้นท์ที่เพจ 💸 สินเชื่อ




up arrow