กรณีผู้เอาประกันภัยไปทำละเมิดต่อบุคคลภายนอก ผู้ถูกทำละเมิดได้ฟ้องผู้รับประกันภัยค้ำจุนให้ชดใช้ค่าสินไหมทดแทน คดีดังกล่าวมิใช่คดีผู้บริโภค เพราะความสัมพันธ์ระหว่างผู้เสียหายกับผู้รับประกันภัยไม่อยู่ในฐานะผู้บริโภคและผู้ประกอบธุรกิจ(ผู้เสียหายไม่ได้รับบริการใดๆจากผู้รับประกันภัย คดีดังกล่าวไม่เป็นคดีผู้บริ โภคตามมาตรา 3(1) และไม่ใช่คดีเกี่ยวพันตามมาตรา 3(3) คดีพิพาทระหว่างผู้รับประกันภัยกับผู้เอาประกันภัยเป็นคดีผู้บริโภคตามมาตรา 3 (1) กรณีที่ผู้เอาประกันภัยถูกทำละเมิด เมื่อผู้รับประกันภัยได้ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนตามสัญญาประกันภัยแล้ว การฟ้องไล่เบี้ยเอาจากบุคคลภายนอกที่เป็นผู้ทำละเมิด ข้อพิพาทระหว่างผู้รับประกันภัยกับผู้ทำละเมิดไม่เป็นคดีผู้บริโภคตามมาตรา 3(1)...
กฏหมาย
ตาม พ.ร.บ.ประกันวินาศภัย พ.ศ.2535 ฉบับแก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ.2551 ตามมาตรา 31 (11) ระบุว่า “ห้ามมิให้บริษัทประกันภัยให้ประโยชน์เป็นพิเศษแก่ผู้เอาประกันภัยหรือผู้รับประโยชน์ตามกรมธรรม์ประกันภัยนอกเหนือไปจากที่กำหนดไว้ในกรมธรรม์ประกันภัย”การแถมล้างรถฟรีเมื่อผู้เอาประกันภัยทำพ.ร.บ. เข้าข่ายการให้ผลประโยชน์ซึ่งเป็นข้อห้ามดังกล่าว
พ.ร.บ. คุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2522 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2541 และ (ฉบับที่ 3)พ.ศ. 2556 ได้กำหนดสิทธิของผู้บริโภคที่จะได้รับการคุ้มครองตามกฎหมายไว้ 5 ประการ สิทธิที่จะได้รับข่าวสารรวมทั้งคำพรรณนาคุณภาพที่ถูกต้อง...
ธนาคารโจทก์ประกอบธุรกิจในการให้บริการแก่บุคคลทั่วไปในรูปบัตรเครดิต โดยโจทก์ออกบัตรให้แก่ลูกค้าที่สมัครเป็นสมาชิกของโจทก์ เมื่อเป็นสมาชิกบัตรเครดิตของโจทก์แล้วสามารถนำบัตรไปซื้อสินค้าจากร้านค้าที่มีข้อตกลงรับบัตรของโจทก์โดยสมาชิกไม่ต้องชำระราคาสินค้าเป็นเงินสดแต่โจทก์จะเป็นผู้ออกเงินสำรองชำระค่าสินค้าให้แก่ร้านค้าไปก่อนตามที่ร้านค้าได้ส่งใบบันทึกการขายมาเรียกเก็บเงินจากโจทก์ จากนั้นโจทก์จึงเรียกเก็บเงินจากสมาชิกภายหลังและสมาชิกบัตรเครดิตของโจทก์ยังสามารถนำบัตรเครดิตดังกล่าวไปถอนเงินสดจากเครื่องเบิกถอนเงินอีกภายหลังตามจำนวนที่โจทก์ได้แจ้งให้สมาชิกทราบในใบแจ้งยอดบัญชีในแต่ละงวดหากไม่ชำระหรือชำระไม่ครบถ้วนภายในระยะเวลาที่ระบุไว้สมาชิกบัตรดังกล่าวจะต้องชำระเบี้ยปรับและดอกเบี้ยตามที่ตกลงไว้กับโจทก์ การให้บริการแก่สมาชิกบัตรของโจทก์ดังกล่าวโจทก์เรียกเก็บค่าบริการหรือค่าธรรมเนียมสำหรับบัตรเครดิตจากสมาชิกด้วย ถือได้ว่าโจทก์เป็นผู้ประกอบธุรกิจโดยรับทำการงานต่าง ๆ ให้แก่สมาชิกและการที่โจทก์ชำระเงินแก่เจ้าหนี้ของสมาชิกแทนสมาชิกไปก่อนแล้วเรียกเก็บเงินคืนจากสมาชิกในภายหลังนั้นก็เป็นการเรียกเอาค่าที่โจทก์ได้ออกเงินทดรองไป จึงเป็นกรณีต้องด้วยบทบัญญัติในมาตรา 193/34(7) แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ซึ่งการเรียกเอาเงินที่ได้ออกทดรองไปตามบทบัญญัติดังกล่าวกำหนดให้มีอายุความ 2 ปี จำเลยนำบัตรเครดิตไปใช้ครั้งสุดท้ายในวันที่ 17 มกราคม2536 โจทก์ส่งใบแจ้งยอดบัญชีเรียกเก็บไปยังจำเลยแต่จำเลยไม่ชำระและโจทก์ได้แจ้งยกเลิกการเป็นสมาชิกบัตรเครดิตตั้งแต่...



