INSURANCETHAI.NET
Home » Uncategorized » ตรวจการทำงานของตับ\"you

ตรวจการทำงานของตับ

Categories Uncategorized
2019/07/25

การตรวจการทำงานของตับ (Liver function tests (LFTs หรือ LFs)) คือ การตรวจทางเคมีในเลือด ได้ข้อมูลสถานะของตับ ค่าพารามิเตอร์ที่วัดรวมถึง PT / INR, aPTT, อัลบูมิน (albumin), บิลลิรูบิน (billirubin) และอื่น ๆ

แต่บางการทดสอบ เช่น transaminases ของตับ (AST / ALT หรือ SGOT / SGPT) ไม่ถือว่าเป็นการทดสอบการทำงานของตับ แต่เป็น bio-markers สำหรับบ่งบอกการบาดเจ็บของตับในผู้ป่วยซึ่งอาจจะไม่เกี่ยวข้องกับการทำงานของตับ

โรคตับโดยส่วนใหญ่จะแสดงอาการเพียงเล็กน้อยในระยะเริ่มต้น แต่การตรวจพบโรคนี้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้นเป็นสิ่งที่สำคัญมากนักเทคนิคการแพทย์จะเป็นผู้ตรวจวิเคราะห์จากพลาสมาหรือซีรัม โดยการเจาะเลือด บางการทดสอบจะเกี่ยวกับข้องกับการทำงานของตับ เช่น อัลบูมิน บางการทดสอบจะเกี่ยวกับความสมบูรณ์ของเซลล์ เช่น transaminase และบางการทดสอบจะเชื่อมโยงกับระบบทางเดินน้ำดี เช่น Gamma – Glutamyl transferase และ alkaline phosphatase

การทดสอบทางชีวเคมีต่างๆ มีประโยชน์ในการประเมินผลและการจัดการกับผู้ป่วยที่มีความผิดปกติของตับ การทดสอบเหล่านี้สามารถนำไปใช้
(1) ตรวจสอบสถานะของโรคตับ
(2) แยกความแตกต่างระหว่างชนิดของความผิดปกติของตับ
(3) วัดขอบเขตของความเสียหายของตับ
(4) ติดตามการตอบสนองต่อการรักษา

อัลบูมิน (Alb)

อัลบูมิน (Albumin) เป็นโปรตีนที่ผลิตขึ้นอย่างจำเพาะโดยตับและสามารถวัดได้อย่างง่ายดาย มันเป็นส่วนประกอบหลักของโปรตีนรวม ส่วนที่เหลือ เรียกว่า โกลบูลิ (รวมถึง immunoglobulins) ระดับอัลบูมินจะลดลงในโรคตับเรื้อรัง เช่น ตับแข็ง นอกจากนี้ มันอาจจะลดลงในกลุ่มอาการเนโฟตริก (nephrotic syndrome) ซึ่งจะมีการสูญเสียอัลบูมินทางปัสสาวะ โภชนาการที่ไม่ดีหรือภาวะกระบวนการสลายโปรตีนบกพร่อง เช่น ใน Ménétrier’s disease อาจนำไปสู่ภาวะระดับอัลบูบินในกระแสเลือดต่ำ (hypoalbuminaemia) ครึ่งชีวิตของอัลบูมิอยู่ที่ประมาณ 20 วัน การตรวจวัดอัลบูมินไม่ถือว่าเป็นตัวบ่งชี้ที่สำคัญสำหรับ liver synthetic function เนื่องจากการตรวจดู coagulation factors (ดูด้านล่าง) จะมีความไวมากกว่า

Alanine transaminase (ALT)

Alanine transaminase (ALT) หรือที่เรียกว่า Serum Glutamic Pyruvate Transaminase (SGPT) หรือ Alanine aminotransferase (ALAT) เป็นเอนไซม์ที่สามารถพบได้ในเซลล์ตับ เอนไซม์ตัวนี้จะถูกปล่อยออกมาสู่กระแสเลือดเมื่อเซลล์ตับได้รับความเสียหายซึ่งเราสามารถวัดได้ เกิดการรั่วไหลของมันเอนไซม์นี้เข้าสู่กระแสเลือดซึ่งจะมีการวัด ALT จะค่อยๆ เพิ่มขึ้นเมื่อตับได้รับความเสียหายอย่างเฉียบพลัน เช่น ไวรัสตับอักเสบ หรือ การได้รับยาพาราเซตามอลเกินขนาด ซึ่งมักจะวัดค่า ALT ได้มากกว่าค่าปกติ

AST=Aspartate transaminase

Aspartate transaminase (AST) หรือที่เรียกว่า Serum Glutamic Oxaloacetic Transaminase (SGOT) หรือ aspartate aminotransferase (ASAT) คล้ายกับ ALT เนื่องจากเป็นเอนไซม์ที่เกี่ยวข้องกับตับ parenchymal cells มันจะเพิ่มขึ้นเมื่อตับได้รับความเสียหายอย่างเฉียบพลัน แต่ก็สามารถพบได้ในเซลล์เม็ดเลือดแดง กล้ามเนื้อหัวใจ และกล้ามเนื้อโครงร่าง ดังนั้น มันจึงไม่มีความจำเพาะต่อตับเท่านั้น บางครั้งอัตราส่วนของ AST ต่อ ALT ก็เป็นประโยชน์ในการบอกความแตกต่างระหว่างสาเหตุของความเสียหายที่ตับ
ระดับ AST ที่สูงไม่ได้มีความเฉพาะเจาะจงสำหรับความเสียหายที่ตับเท่านั้น และ AST ยังใช้เป็น cardiac marker อีกด้วย

ALP=Alkaline phosphatase

Alkaline phosphatase (ALP) เป็นเอนไซม์ในเซลล์เยื่อบุท่อน้ำดีของตับ
ระดับ ALP ในพลาสมาจะเพิ่มขึ้นเมื่อมีการอุดตันของท่อน้ำดี, intrahepatic cholestasis, หรือ infiltrative diseases ของตับ
ALP ยังพบได้ในกระดูกและรก ค่ามันจึงสูงในเด็กที่กำลังเจริญเติบโต (เนื่องจากกระดูกกำลังสร้าง) และผู้ป่วยสูงอายุที่มีเป็น Paget’s disease

TBIL=Total bilirubin

บิลิรูบิน (Bilirubin) เป็นผลิตผลที่เกิดจากการสลายของ heme (ส่วนหนึ่งของ เฮโมโกลบิน ในเซลล์เม็ดเลือดแดง) ตับจะทำหน้าที่ในการกำจัดบิลิรูบิน โดยกลไกต่อไปนี้ : บิลิรูบินจะถูกนำเข้าสู่ เซลล์ตับ (Hapatocytes), แล้วเปลี่ยนเป็นรูปแบบ (form) ที่สามารถละลายในน้ำได้ จากนั้น จึงหลั่งไปในน้ำดีและถูกขับออกมาในลำไส้

การเพิ่มขึ้นของบิลิรูบินอาจนำไปสู้ภาวะดีซ่านและเป็นสัญญาณของปัญหามากมาย ได้แก่

1.Prehepatic : การสร้างบิลิรูบินที่เพิ่มมากขึ้นสามารถเกิดขึ้นจากหลายสาเหตุ เช่น hemolytic anemias และอาการตกเลือดภายใน

2.Hepatic : มีปัญหาเกี่ยวกับตับซึ่งจะสะท้อนให้เห็นถึงการเกิดข้อบกพร่องของกระบวนการสลายบิริรูบิน (bilirubin metabolism) เช่น ลดการดูดซึมจากเซลล์ตับ, การบกพร่องของการเปลี่ยนรูปแบบของบิลิรูบิน และเซลล์ตับหลั่งบิริรูบินได้น้อยลง ตัวอย่างที่เกิดจากปัญหานี้ เช่น ตับแข็ง ไวรัสตับอักเสบ

3.Posthepatic : การอุดตันของท่อน้ำดี ซึ่งสะท้อนให้เห็นข้อบกพร่องในการขับถ่ายบิลิรูบิน (การอุดตันนี้สามารถเกิดขึ้นได้ทั้งในตับหรือในท่อน้ำดี)

Direct bilirubin (Conjugated Bilirubin)

การตรวจระดับบิลิรูบินในรูปแบบ conjugated form หรือที่เรียกว่า Direct bilirubin เป็นการวินิจฉัยที่ละเอียดขึ้นไปอีก

ถ้า Direct bilirubin มีค่าปกติ แต่มีระดับ unconjugated bilirubin เพิ่มมากขึ้น แสดงว่า มีความผิดปกติเกิดขึ้นในขั้นตอนก่อนการขับถ่ายบิลิรูบิน ซึ่งอาจเกิดขึ้นจากการเกิด hemolysis, ไวรัสตับอักเสบ หรือ ตับแข็ง เป็นต้น

ถ้า Direct bilirubin มีค่าสูง แสดงว่า ความผิดปกติอาจจะเกิดขึ้นจากการไม่สามารถขับถ่ายของบิริรูบินออกไปได้ อาจจะเกิดจากท่อน้ำดีอุดตันโดยก้อนนิ่วหรือมะเร็ง

GGT=Gamma glutamyl transpeptidase

แม้ว Gamma glutamyl transpeptidase (GGT) จะมีความจำเพาะและมีความไวต่อ cholestatic damage มากกว่า ALP แต่ GGT ก็สามารถเพิ่มมากขึ้นในสาเหตุอื่น อย่างไรก็ตาม GGT มีประโยชน์ในการช่วยจำแนกสาเหตุของโรคที่มีระดับ ALP เพิ่มมากขึ้น โดย GGT จะมีระดับที่สูงใน chronic alcohol toxicity

การตรวจการทำงานของตับ จะต้องงดทานอาหารก่อนไปตรวจอย่างน้อย 8 ชั่วโมง โดยให้ทานได้เฉพาะน้ำเปล่าเท่านั้น จากนั้นทำการเจาะเลือดซึ่งปกติจะเจาะบริเวณข้อพับแขน และควรแจ้งให้แพทย์ทราบว่าคุณทานยาอะไรอยู่บ้าง รวมถึงวิตามิน สมุนไพร และอาหารเสริมที่ทานเป็นประจำด้วย

ค่า ALT และ AST
ALT (alanine aminotransferase) หรือบางทีเรียก SGPT คือค่าเดียวกัน เป็นเอนไซม์ที่มีมากในเซลล์ตับ หากเกิดจากความเสียหายในเซลล์ตับจะมีค่า ALT สูงกว่าปกติ

AST (aspartate aminotransferase) หรือเรียกกันว่า SGOT เป็นเอนไซม์ที่ใช้ช่วยตรวจวินิจฉัยภาวะโรคตับ และภาวะโรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดหัวใจ โดยเอนไซม์ AST พบได้มากที่ตับ และกล้ามเนื้อหัวใจ

โดยสามารถนำมาเปรียบเทียบอัตราส่วน AST:ALT เพื่อบ่งชี้โรคตับได้เบื้องต้น
โดยคนที่มีสุขภาพแข็งแรง จะมีค่า AST มากกว่า ค่า ALT อยู่เล็กน้อย

ค่า ALT และ AST ปกติ
ค่าของ ALT และ AST ที่อยู่ในเกณฑ์ปกติจะแตกต่างกันในผู้ชายและผู้หญิง

ผู้ชายต่ำกว่า 30 IU/L (หน่วยสากลต่อลิตร) 
ผู้หญิงต่ำกว่า 19 IU/L (หน่วยสากลต่อลิตร)
หมายเหตุ ค่าปกติของแต่ละที่อาจไม่เท่ากันขึ้นอยู่กับน้ำยาที่ใช้ในการตรวจ

ค่า ALT และ AST เกิน
หากเกิดความผิดปกติจะมีค่าเกิน 40 ขึ้นไปหรือตั้งแต่ 41 ซึ่งสามารถวินิจฉัยเบื้องต้นได้ว่าเซลล์ตับเกิดการอักเสบ
หมายเหตุ: ค่าที่อยู่ระหว่างค่าปกติทั้งใน ชาย (30) และหญิง (19) จนถึง 40 ถือเป็นค่าพึงระวังว่าอาจมีความปกติเกี่ยวกับตับได้


เพิ่มเติม

https://healthsmile.co.th/ความรู้ผลตรวจสุขภาพ-แลป/การตรวจค่าการทำงานของตับ/
https://medthai.com/การตรวจ-alt-sgpt/
https://amprohealth.com/checkup/liver-sgpt/
Tags:


⭐⭐⭐⭐⭐ insurancethai.net เว็บไซต์สื่อกลาง ศูนย์รวมข้อมูลประกันภัย

สอบถามเพิ่มได้ที่ บริษัทประกัน เจ้าของผลิตภัณฑ์ หรือ ตัวแทน/นายหน้า ทั่วประเทศ


Taq

no related articles to display.

บทความอื่นๆ
up arrow