INSURANCETHAI.NET
Home » ข่าวประกันภัย » ‘เอ็มเอสไอจี’ ปรับพอร์ตหั่น ประกันภัยรถยนต์\"you

‘เอ็มเอสไอจี’ ปรับพอร์ตหั่น ประกันภัยรถยนต์

2018/09/25

‘เอ็มเอสไอจี’ ปรับพอร์ตหั่น ประกันภัยรถยนต์
ตัดลูกค้าเคลมสูง 65% ลุย ประกันภัยรถยนต์ ขั้น1 กำไราคาต่ำ

“เอ็มเอสไอจี” เดินหน้าปรับพอร์ตหลัง ประกันภัยรถยนต์ ขาดทุน สินไหมสูงปรี๊ด ลุยตัดทิ้งลูกค้า Loss Ratio ทะลุเพดาน 65% งัด กลยุทธ์ขึ้นเบี้ย 10-15% ดันกำไรปีนี้ พุ่งพรวด พร้อมส่ง ประกันภัยรถยนต์ ตัวใหม่ “ULTRA SAVE” ลูกผสมกึ่งชั้น 1 เขย่าตลาด ชูเบี้ยประหยัด คุ้มครองสูง ตอบโจทย์ช่วงที่ลูกค้ารัดเข็มขัด

นายรัฐพล กิติศักดิ์ไชยกุล กรรมการผู้อำนวยการ บริษัท เอ็ม เอส ไอ จี ประกันภัย (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ในปีนี้บริษัทฯ ยังคงมุ่งเน้นปรับพอร์ตงานระหว่าง ประกันภัยรถยนต์ และประกันภัยไม่ใช่รถยนต์ (Non Motor) ให้มีความสมดุลมากขึ้น โดยจะลดสัดส่วนการ ประกันภัยรถยนต์ ลงอย่างต่อเนื่อง เพราะมีอัตราสินไหมทดแทน (Loss Ratio) สูง ด้วยการตัดงานทุกประเภทที่มี Loss Ratio ระดับ 65% ออกไป โดยได้ปรับเบี้ย ประกันภัย เพิ่มขึ้นอีก 10-15% ทำให้ลูกค้าหายไปโดยปริยาย ไม่ว่าจะเป็นลูกค้ารายใหม่ และลูกค้ารายเก่าที่ไม่ต่ออายุกับบริษัท

เราเริ่มเห็นเทรนด์ Loss Ratio ประกันภัยรถยนต์ ขยับขึ้นสูงมาตั้งแต่ปี 2559 โดยอัตรารวม (Combine Ratio) ประกันภัยรถยนต์ เกิน 100% อยู่ในภาวะขาดทุน เราก็เริ่มปรับเบี้ย ประกันเพิ่มขึ้นมาตั้งแต่ตอนนั้น อย่างในปีที่ ผ่านมา เราก็ตัดลูกค้ากลุ่มนี้ออกไปประมาณ 250 ล้านบาท พอมาถึงในช่วงครึ่งปีแรกก็ตัดออกไปอีก 50 ล้านบาท และในช่วงครึ่งปีหลังนี้ จะตัดลูกค้ากลุ่มนี้ออกไปอีกไม่ว่าจะเป็นรายเก่า รายใหม่ รายบุคคล ลูกค้าฟรีท รถใหญ่ รถหัวลาก รวมถึง รถขนาดเล็กลุ่ม ซิตี้คาร์ ปรับหมด การปรับทำให้พอร์ตงานของบริษัทฯ มีความสมดุลมากขึ้น อีกทั้งจะทำให้ผลประกอบการในปีนี้ดีขึ้น มีกำไรเพิ่มขึ้นด้วย

บริษัทฯ เพิ่งออกกรมธรรม์ ประกันภัยรถยนต์ แบบใหม่คือ อัลตร้า เซฟ “ULTRA SAVE” เป็นกึ่ง ประกันภัยรถยนต์ ชั้น1 และกิ่ง 2+ แต่มีราคาประหยัดกว่าชั้น 1 และมีความคุ้มครองสูงกว่าประเภท 2+ โดยมีเบีย ประกันภัย เริ่มต้นเพียง 7,500 บาท (รวมภาษีอากร แต่ไม่รวมประกันภัย พ.ร.บ.) เป็นแบบทุน ประกันภัย คงที่ ตั้งแต่ 100,000-500,000 บาท โดยคุ้มครองรถยนต์คันเอา ประกันภัย ครอบคลุมทั้งกรณีเกิดอุบัติเหตุ รถชน/รถคว่ำ รถหาย ถูกไฟไหม และน้ำท่วม โดยไม่ต้องตรวจสภาพรถยนต์ ซึ่งความคุ้มครองกรณีเกิดอุบัติเหตุชนกันบนท้องถนนนั้น ผู้เอาประกันภัยไม่ต้องจ่ายค่าเสียหายส่วนแรก (deductible) ยกเว้นการชนที่ไม่มีคู่กรณี อาทิ มีรอยขูดขีด เบียดเสา เป็นต้น ต้องเสียค่าเสียหายส่วนแรก 3,000 บาท

สำหรับเป้าหมายเบี้ย ประกันภัย รับรวมในปีนี้ บริษัทฯ ต้องมีเบี้ย ประกันภัย เกิน 4,000 ล้านบาทให้ได้ ซึ่งจะเป็นปีแรกของบริษัทฯ หรือมีอัตราเติบโตประมาณ 5.5-5.6% อยู่ประมาณอันดับที่ 14 หรือ 15 ของธุรกิจโดยรวม แบ่งเป็นเบี้ย ประกันภัย ลูกค้ารายย่อย 90% และลูกค้ารายใหญ่ 10% ในขณะที่ในช่วงครึ่งปีแรกนี้ มีเบี้ย ประกันภัย เข้ามาแล้วประมาณ 1,975 ล้านบาท เติบโตประมาณ 4% โดยเป้าหมายเบี้ย ประกันภัย 4,000 ล้านบาท ต้องการไปถึงให้ได้ หลังจากเลื่อนมาหลายปี เป็นผลมาจากการปรับพอร์ตงานใหม่ และการแข่งขันที่รุนแรงในตลาด โดยเฉพาะ ประกันภัยรถยนต์ ซึ่งหากดูผลงานในช่วงที่ผ่านมา บริษัทฯ มีการเติบโตมาตลอด โดยตั้งแต่ปี 2553 เป็นต้นมา มีการเติบโตเกือบ 2 เท่า เบี้ย ประกันภัย เพิ่มขึ้นจากระดับ 2,000 ล้านบาท เป็นเกือบ 4,000 ล้านบาท และในอนาคตอันใกล้ บริษัทฯ คาดหวังตัวเลขเบี้ย ประกันภัย ที่ระดับ 5,000 ล้านบาทด้วย

เครดิต: สยามอินชัวร์นิวส์

ในระยะยาวบางบริษัทภัยให้ส่วนลดเบี้ย สำรับประวัติดีน้อยกว่าบางบริษัท แต่ใช้กลยุทธเบี้ยถูกในปีแรก ทำให้ผู้ซื้อประกันหลงกล เคสแบบนี้ก็มีอยู่ ถ้าได้เก็บสถิติ เบี้ยประกันในระยะยาว

ตัวอย่าง รถประวัติดี 10 ปี ของบางบริษัท เบี้ยจะเหลือ 12,xxx-13,xxx ในขณะที่บางบริษัทเบี้ยปีแรกอาจะสูงกว่า แต่เบี้ยปีหลังๆ อยู๋ที่ 7,xxx-9,xxx

การเลือกบริษัทประกันที่จะฝากชีวิต ฝากทรัพย์สิน เกี่ยวกับ ความคุ้มครองไว้ จึงต้องดูเรื่องของนโยบาย และวัฒนธรรมองค์กร เจ้าของทุน สไตล์การบริหาร ยิ่งถ้าซื้อประกันที่ต้องดูแลกันยาวๆอย่างประกันชีวิต หรือ ประกันรถยนต์ (ประวัติดีต่อเนื่อง)

เคสนี้ถ้าคุณประวัติดี ต่อเนื่อง 10 ปี แล้ววันหนึ่งต้องเคลม ขึ้นมา ซึ่งถึงเกณฑ์ที่เขาวางไว้ เเละเพิ่มเบี้ยคุณสูงขึ้น 30% คุณจะรู้สึกอย่างไร?



สอบถามเพิ่มได้ที่ บริษัทประกัน เจ้าของผลิตภัณฑ์ หรือ ตัวแทน/นายหน้า ทั่วประเทศ


หมวดหมู่

up arrow