INSURANCETHAI.NET
Fri 06/08/2021 7:55:55
Home » Uncategorized » รถจอดอยู่ถูกชนเราชั้น3 คู่กรณีชั้น 1 ทำอย่างไร?\"you

รถจอดอยู่ถูกชนเราชั้น3 คู่กรณีชั้น 1 ทำอย่างไร?

2021/03/15

รถเราเป็นประกันชั้น 3 จอดอยู่ในลานจอดรถคู่กรณีถอยรถชนเสียหาย คู่กรณีมีประกันชั้น 1 ได้โทรหาประกันชั้น 1 แล้วโทรหาเรา ของเราเป็นประกันชั้น 3 เราควรทำอย่างไร?

รปภติดต่อเจ้าหน้าที่อาคาร เราไปที่เกิดเหตุคู่กรณีก็ขอโทษและก็ขอเบอร์เอาไว้จะได้ไม่ต้องรอถ้าประกันมาจะโทรตาม แล้วกลับขึ้นไปที่ห้องแล้วก็โทรหาประกันของเราที่เป็นประกันชั้น 3

กรณีที่ 1 ถ้าคู่กรณียอมรับผิดก็รับเอกสารใบเคลมแล้วไปเคลมที่อู่ของคู่กรณี (ใช้สิทธิ์ประกันคู่กรณี ) วิธีนี้เป็นวิธีเดียวกับกรณีรถฝ่ายถูกไม่มีประกัน

กรณีที่ 2 ถ้าคู่กรณีไม่ยอมรับผิดฝ่ายเราต้องเรียกประกันมาด้วยเพื่อจะได้ตกลงกันได้

วิธีที่ดีที่สุดคืออะไร?
ให้เรียกประกันของเรามาเพื่อคุมราคา !?
ความจริงแล้วอาจเข้าใจผิดประเด็นนี้ เนื่องจากไม่สามารถคุมราคาได้ เพราะ ไม่มีอำนาจ อีกทั้งความเสียหายยังไม่ถูกประเมิน จึงพูดอะไรกับประกันคุ่กรณีไม่ได้ หากเป็นกรณีที่เราเป็นฝ่ายถูกและคู่กรณีรับผิดทุกอย่าง สิ่งที่ทำได้คือเก็บข้อมูลต่างๆให้ครบตามระบบของการงาน และ ควบคุมดูแลให้ประกันคู่กรณีออกเอกสารให้ถูกต้อง

เนื่องจากคนที่อยู่หน้างานหรือสถานที่เกิดเหตุเป็นแค่เซอร์เวย์ซึ่งมีหน้าที่ถ่ายรูปเก็บข้อมูลรายละเอียดทั้งหมดเท่านั้น รวมถึงการเดินเรื่องต่างๆเพื่อให้บริษัทประกันหรือลูกค้าของตัวเองได้ประโยชน์สูงสุด ไม่มีอำนาจไปควบคุมราคาการซ่อม ของคู่กรณีได้ แต่ก็มีบางบริษัทประกันภัยที่มีเซอร์เวย์ไม่ได้ช่วยเหลืออะไรลูกค้าของบริษัทเลยเช่นกัน คือออกแนวใจดีไม่ทะเลาะอะไรกับใครก็หน้าก้มตาเป็นฝ่ายรับผิดเองอะไรแบบนั้นก็มีซึ่งสิ่งนี้จะทำให้ลูกค้าเสียผลประโยชน์เพราะว่าแม้ประกันชั้น1 จะเคลมได้ทั้งเราและคู่กรณี แต่ว่าจะทำให้เสียประวัติได้ถ้าหากสรุปแล้วเราเป็นฝ่ายรับผิดทั้งที่เราไม่ผิดหรือต้องเป็นกรณีการประมาทร่วมก็เช่นกัน

ดังนั้นหน้าที่หลักของประกันฝ่ายเราก็คือช่วยในทุกๆเรื่องเท่าที่ทำได้ไม่ว่าจะเป็นความรู้สิ่งที่ควรทำหรือแม้กระทั่งไม่ให้ประกันคู่กรณีข่มเป็นต้น

เมื่อเกิดอุบัติเหตุชนกันมีประกันทั้ง 2 ฝั่งควรเอารถเราไปซ่อมประกันเขาหรือของตัวเราเอง?

1.ถ้าเราเป็นประกันชั้น1 ชั้น 2+ ชั้น 3+ สามารถเลือกได้ว่าจะซ่อมประกันของตัวเองหรือของคู่กรณี

2.ถ้าเราเป็นประกันชั้น 3 จะต้องไปใช้สิทธิ์ซ่อมประกันของคู่กรณีหรือใช้สิทธิ์ประกันคู่กรณีเพราะชั้น 3 ไม่คุ้มครองการซ่อมรถตัวเอง

ดังนั้นการเรียกประกันของเรามาประกันเราจะเก็บรายละเอียดข้อมูลไว้ให้เผื่อต้องใช้ในอนาคตหรืออาจช่วยเป็นพยานให้ได้เป็นต้นซึ่งทางเป็นการเกิดอุบัติเหตุที่มีความเสียหายมากก็มีความจำเป็น

เคสนี้หลังจากชนเราโทรไปแล้วก็ขับรถไปที่อู่แห่งหนึ่งพัฒนาการ 13 ชื่อ JR การาจ ไปถึงเขาแนะนำว่า ถ้าไม่อยากซ่อมก็สามารถขับรถไปที่สำนักงานใหญ่ของชัปป์ประกันภัยเพื่อคุยเรื่องจำนวนเงินที่จะต้องจ่ายได้โดยอาจไม่ต้องเข้าอู่ซ่อมก็คือเราอาจจะซ่อมเองได้ในภายหลัง เราถามว่าเราอยากประเมินการซ่อมก่อน เขาบอกว่าถ้าประเมินซ่อมต้องไปประเมินที่อู่นอกเครือซึ่งเราก็ไม่เข้าใจว่าเพราะอะไร แล้วก็ที่อู่คิวยาวกว่าจะว่างก็มิถุนายน ..🤔

เราโทรไปหาชัปป์ประกันภัย ปรากฏว่าข้อมูลอุบัติเหตุนี้ยังไม่ได้ถูกส่งเข้าระบบคือเราทำเรื่องเร็วเกินไปดังนั้นหากเกิดอุบัติเหตุแล้วเรามีเวลาว่างก็ต้องรอให้เรื่อง ถูกส่งเข้าไปที่บริษัทประกันก่อน คือ survey ที่มาเก็บข้อมูลจะต้องใช้เวลากวาดที่ข้อมูลนี้จะถูกส่งถึงบริษัทอย่างครบถ้วนตามกระบวนการนั้นเองอาจใช้เวลาอย่างน้อย 3 วันเป็นต้นกลายเป็นว่าเราใจร้อนเกินไป

จากนั้นเราก็ขับรถไปที่เจเอสยนต์ตรงอ่อนนุช 46 พนักงานคนหนึ่งหลังจากดูแผลรถแล้วก็แนะนำให้ไปที่สำนักงานใหญ่ของชับบ์ประกันภัยเพื่อรับเป็นเงินสดและค่าขาดประโยชน์จากการขาดการใช้งานรถ ซึ่งจะมีราคากลางอยู่แล้วในปัจจุบันประมาณ 500 บาทต่อวัน

เราก็สงสัยว่าทำไมเขาเหมือนไม่อยากจะรับหรือยังไงตั้งแต่แรกแล้วแล้วก็มาอู่ที่ 2 ปรากฏว่าจริงๆแล้วมันมีเหตุผลอยู่

เราคะยั้นคะยอถามเขาด้วยความใจเย็น สุภาพและเข้าใจด้วยสงสัยว่าเพราะเหตุใด งานที่อู่เยอะหรือว่าเป็นการเครมที่เล็กๆน้อยๆจนเกินไปแล้วไม่อยากรับ ในที่สุดเขาก็ยอมบอก เหตุผลจริงๆคือถ้าเป็นลักษณะการชนที่มีแผลเดิมมาก่อนอย่างเช่นกันชน ประกันจะให้เราจ่ายครึ่งหนึ่งด้วยดังนั้นในกรณีนี้หากลูกค้าหรือผู้เอาประกันไม่เข้าใจก็จะต่อว่าอู่หรือมีปัญหาทะเลาะเบาะแว้งกันได้อยู่น่าจะเจอปัญหานี้มาพอสมควรจึงเข้าใจ

สรุปเคสมีพนักงานเขาดูแลดีมากเป็นหนุ่มวัยรุ่นมาดขรึมมีความเป็นผู้ใหญ่นิ่งน่าเชื่อถือ การทำเรื่องเครมโดยการส่งไปประเมินราคากับบริษัทประกัน ต้องใช้เอกสาร 3 อย่าง 1 หน้าต่างกรมธรรม์ เพื่อบริษัทประกันคู่กรณีจะได้ทราบว่ามีประกันที่เดียวและมีข้อมูลต่างๆที่จะเป็นประโยชน์ 2. เล่มทะเบียนรถยนต์ 3.ใบขับขี่ ซึ่งรายละเอียดเอกสารต่างๆจะมีบอกไว้ในใบเคลมด้านหลังว่าต้องใช้อะไรบ้างกรณีอะไรสามารถสั่งเพิ่มได้

สักพักหนึ่งพนักงานคนนี้ก็ต้องไปเอารถไปส่งลูกค้าจะได้ส่งต่อให้พนักงานผู้หญิงในออฟฟิศอีกคนหนึ่งประสานงานต่อเราก็ส่งเอกสารเป็นไฟล์ให้ไปทางไลน์ ดูรูปแบบการทำงานแล้วอู่มีความใส่ใจ (คุณสามารถแอดไลน์ JS7222)

พนักงานก็ออกมาขูดเลขตัวถังแล้วแปะลงไปในใบเคลมเพื่อเตรียมส่งให้บริษัทประกันต่อไปส่วนเราขับรถกลับ

อาจใช้เวลาสัก 3 ถึง 5 วันกว่าจะทราบผล
บริษัทประกันให้ อะไหล่ ชิ้นส่วนกันชนหน้า มือหนึ่ง เทียบไต้หวัน
แต่ของเดิมเป็น แท้ศูนย์ คุยกับประกัน ประกันบอกว่ารถเก่า หามือสองของแท้ยาก แม้จะเป็น โตโยต้ารถตลาด ซึ่งไม่สามารถควบคุมเวลาในการจัดหาได้ รวมถึงหากได้มาก็อาจจะได้ของที่มีการซ่อมมา ความแข็งแรงอาจจะไม่ได้ หรือ ควบคุมคุณภาพยาก หรือ จะหาเองงไหม แต่ต้องอยู่ในงบที่เหมาะสม ทางเราจึงยืนยันจะใช้เป็นของแท้ เนื่องจากเดิมเป็นของแท้ และ ของไต้หวันจะมีปัญหาบางอย่างเช่น ใส่แล้วไม่สนิทเป็นร่องระหว่างกรอบ ซึ่งเมื่อขับรถด้วยความเร็ว ลมเข้าจะมีเกิดอันตรายได้ รวมถึง ความแข็งแรงก็ไม่เท่าของแท้ศูนย์

สิ่งที่ควรรู้ : ประกันจะต้องซ่อมให้เหมือนเดิม หรือ ถ้าซ่อมไม่ได้ก็ต้องชดใช้ ในมูลค่าที่เท่ากัน หรือ ดีกว่า

ประกัน : อย่างนั้นถ้าจะเอาของแท้ ต้องบวกเพิ่มไป 800 ประกันจะ ออกให้ 1000 (มือหนึ่งไต้หวัน 1000 , ของแท้ศูนย์ 2800)
เรา : ตกลงตามนั้น เพราะ ไม่อยากจะเสียเวลา

สิ่งควรรู้ : ตามหลักกฏหมาย ผู้ละเมิดจะต้องชดใช้ความเสียหาย เต็มมูลค่า ถ้าเราสู้ไปก็น่าจะได้แต่เสียเวลาไม่คุ้ม

จึงสรุป ตามนั้น ต้องจ่าย ส่วนร่วมจากรอยกันชนเดิม 900 และ กันชนใหม่ 800 เพื่อให้ได้ของแท้ รวม 1700 บาท

ขับรถไปอูเทียบสี และ ซ่อม ใช้เวลา 3 วัน ไปรับรถ

26/3/2021 บริษัทประกันได้รับเอกสาร ทำเรื่อง ค่าขาดประโยชน์ และแจ้งว่า 14 วัน เงินจะโอนเข้า
09/04/2021 เงินโอนเข้า พร้อมกับ มี SMS แจ้งทางมือถือ

09/04/202101:02X1BCMSDCP 3193025276 CHUBB SAMAGGI INSURANCE+1,500.00

ลองแชร์ประสบการณ์ การเคลมและ การทำเรื่องชดเชยได้นะ ที่ comment ล่างนี้





insurancethai.net เว็บไซต์สื่อกลาง ศูนย์รวมข้อมูลประกันภัย

สินค้าประกันภัย โปรดสอบถาม บริษัทประกันภัย เจ้าของผลิตภัณฑ์ หรือ ตัวแทน/นายหน้า ทั่วประเทศ






up arrow