INSURANCETHAI.NET
Fri 30/10/2020 3:14:36
Home » ประกันชีวิต » ประกันชีวิตเท่าไร จึงจะเพียงพอ\"you

ประกันชีวิตเท่าไร จึงจะเพียงพอ

2018/12/28

ประกันชีวิตเท่าไร จึงจะเพียงพอ

คนทั่วไปมักเข้าใจว่า  การประกันชีวิตเป็นการประกันความคงอยู่ของชีวิต  คือ  หากสิ้นลมหายใจ  ก็จะได้รับสินไหมทดแทน  แต่ในทางวิชาการ  การประกันชีวิตเป็นการประกันคุณค่าทางเศรษฐกิจของบุคคล  โดยดูที่ความสามารถในการสร้างรายได้ว่า  ถ้าเขายังมีชีวิตอยู่ต่อไป  จะสามารถสร้างรายได้ให้กับครอบครัวหรือองค์กรได้อีกเท่าไร  แล้วจึงนำมูลค่าตรงนั้นมากำหนดเป็นวงเงินคุ้มครอง
อย่างไรก็ตามนั่นเป็นการมองในแง่อุดมคติ  ยังมีการมองในแง่มุมอื่นเช่นว่า  ถ้าเขาจากไป  ทำอย่างไรให้ครอบครัวของเขาเดือดร้อนน้อยที่สุด  โดยนำทุนประกันชีวิตที่ได้ไปชดเชยหรือรองรับภาระที่จะเกิดขึ้นทั้งใน ปัจจุบันและในอนาคต

howmuch-life-ins

ประกันชีวิตเท่าไรถึงจะพอ
ปัจจุบันมีแนวคิดในการคำนวณทุนประกันที่เหมาะสมอยู่  2  แนวทาง  คือ  ตามศักยภาพของบุคคล  หรือตามภาระที่บุคคลพึงรับผิดชอบ  โดยรายละเอียดในแนวคิดเหล่านั้นเป็นดังนี้

1. คำนวณตามศักยภาพ ( Potential  Base )

ถึงแม้มูลค่าที่แท้จริงของบุคคล  คือ  จำนวนรายได้ทั้งหมดที่คาดว่าเขาจะทำขึ้นมาได้ในช่วงชีวิตที่เหลือ  หรือจนกว่าจะเกษียณอายุ  แต่วงเงินที่คำนวณได้มักจะสูงเกินกว่าที่เราจะจ่ายเพื่อทำประกันได้  โดยเฉพาะคนที่เริ่มต้นทำงานใหม่ๆ
ดังนั้นเพื่อให้สอดคล้องกับความเป็นจริง  จึงมีการกำหนดว่า  บุคคลควรมีวงเงินประกันเท่ากับ  5  เท่าของรายได้ต่อปี  เช่น  นาย ก.  มีเงินเดือนๆละ  50,000  บาทและได้รับโบนัสตอนสิ้นปีอีก  2  เดือน  รวมทั้งปีมีรายได้เท่ากับ  700,000  บาท  ดังนั้น  ทุนประกันที่เหมาะสมจะเท่ากับ  700,000X 5  =  3.5  ล้าน
สำหรับเหตุผลที่กำหนดให้มีวงเงินประกันเป็น  5 เท่าของรายได้ต่อปีนั้น  เพราะว่าเวลา 5 ปี  เป็นช่วงเวลาที่พอสมควร  ที่คนในครอบครัวจะได้ปรับตัว  แม่บ้านที่หยุดทำงานมานาน  หากต้องออกมาทำงานใหม่  ก็พอมีเวลาหางานและฝึกทักษะการทำงานอีกครั้ง  หรือ หาธุรกิจใหม่ทำ

บางตำราบอกว่า  ควรให้เวลาครอบครัวปรับตัวถึง 7 ปี  แต่รายได้ที่นำมาคำนวณนั้นควรจะคิดเพียง 70% ของรายได้ต่อปี  เพราะในช่วงที่ผู้เอาประกันยังมีชีวิตอยู่นั้น  รายได้ส่วนหนึ่งต้องนำไปจ่ายภาษีและค่าใช้จ่ายส่วนตัว  เหลือเงินรายได้ให้ครอบครัวเพียง 70%
ดังนั้นเมื่อเขาไม่อยู่  ก็ให้ใช้ตัวเลขเพียง 70%ของรายได้ในการคำนวณ   แต่เมื่อคำนวณออกมาเป็นวงเงินประกันจะได้เท่ากับ  70%X 7  = 490%  ของรายได้ต่อปี  ซึ่งจะใกล้เคียงกับ  5 เท่าของรายได้ต่อปี

2. คำนวนตามภาระค่าใช้จ่าย ( Need  Base )

เป็นการ คำนวณจาก ค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจริง เช่น หากสูญเสียรายได้ไป คนข้างหลังยังต้องมีค่าใช้จ่ายส่วนใด อะไรบ้าง
เช่น

(ภาระ)
– ค่าใช้จ่ายรายเดือนของครอบครัว
– หนี้สินต่างๆ
– ค่าเรียนของเด็กๆ
– ค่าเลี้ยงดูพ่อแม่
– ค่าฌาปนกิจ
– ค่าภาษี
ฯลฯ

วงเงินประกันที่ต้องการ = จำนวนเงินที่ยังขาดหลังจากการนำทรัพย์สินที่มีอยู่ไปหักจากภาระค่าใช้จ่าย
ทุนประกัน  =  ภาระ – สินทรัพย์ที่มีอยู่

ขณะที่ทรัพย์สินที่บางคนอาจมีเตรียมไว้แล้ว เช่น
1. ทุนประกันที่เรามีอยู่แล้ว
2. สินทรัพย์สภาพคล่องที่สามารถแปลงเป็นเงินสดได้หลังเราเสียชีวิต
3. กองทุนต่างๆหรือเงินทดแทนที่บริษัทของเราจ่ายให้เมื่อเสียชีวิต

สรุปใหม่
วงเงินประกันชีวิตที่ต้องทำเพิ่ม = รายจ่าย + หนี้สิน + ทุนการศึกษาลูก + ค่าทำศพ – วงเงินประกันชีวิตที่มีอยู่ – สินทรัพย์สภาพคล่องสูง – เงินกองทุนจากบริษัทนายจ้าง

กรณีเรามีทุนประกัน  หรือสินทรัพย์รวมกันมากกว่าภาระที่จะเกิดขึ้น  ก็ไม่จำเป็นต้องทำประกันเพิ่ม  เว้นแต่ว่าเรายังต้องการมากกว่านั้น




insurancethai.net เว็บไซต์สื่อกลาง ศูนย์รวมข้อมูลประกันภัย

สอบถาม บริษัทประกัน เจ้าของผลิตภัณฑ์ หรือ ตัวแทน/นายหน้า ทั่วประเทศ

💥เวอไนน์ไอคอร์ส สุดยอดคอร์สสร้างเว็บไซต์ สร้างฐานทัพหลักบนโลกออนไลน์ [Ad]
VIR9 icourse (เวอไนน์ไอคอร์ส สร้างเว็บไซต์ )



up arrow