INSURANCETHAI.NET
Mon 26/10/2020 2:39:11
Home » ประกันชีวิต อัพเดทประกันภัย » มูลค่ากรมธรรม์ กับ ทางเลือกการหยุดส่งเบี้ยประกันชีวิต!\"you

มูลค่ากรมธรรม์ กับ ทางเลือกการหยุดส่งเบี้ยประกันชีวิต!

2015/07/21

เมื่อประสบปัญหาทางการเงิน ต้องการทำอะไรบางอย่างกับ กรมธรรม์ประกันชีวิต

แบ่งการชำระเป็นราย 6 เดือน 3 เดือน หรือ รายเดือน
จะช่วยให้การชำระเงินแต่ละครั้งน้อยลง แต่ถี่ขึ้น ในขณะเดียวกันจะทำให้เบี้ยประกันรวมสูงขึ้นเล็กน้อย (ดอกบี้ย)
เช่น ราย 6 เดือน คำนวณโดยใช้เบี้ยรายปี คูณด้วย 0.51 ชำระ 2 ครั้ง คล้ายๆกับมีดอกเบี้ย 2%
รายสามเดือน คูณด้วย 0.27
รายเดือน คูณด้วย 0.09 หรือ เบี้ยประกันเพิ่มขึ้น 8%
เมื่อครบปีถัดไปท่านสามารถเปลี่ยนมาชำระเป็นรายปีได้เหมือนเดิมเมื่อการเงินดีขึ้น แต่หากท่านไม่ส่งต่อไปแล้ว ท่านสามารถเลือกได้ สามวิธีดังนี้

1. การเวนคืนกรมธรรม์
มูลค่าเวนคืนจะเกิดขึ้นกับเบี้ยประกันส่วนที่เป็นสัญญาหลักเท่านั้น ส่วนสัญญาเพิ่มเติมต่างๆ เช่น ค่ารักษาพยาบาล ค่าชดเชยรายวัน ความคุ้มครองอุบัติเหตุ คุ้มครองโรคมะเร็ง จะไม่มีมูลค่าใดๆ ทั้งสิ้น (เหมือนประกันไฟ ประกันรถยนต์ ประกันอุบัติเหตุ ฯลฯ) มูลค่าเวนคืนกรมธรรม์จะเกิดจากเบี้ยประกันหลักหักด้วยค่าใช้จ่ายต่างๆของบริษัท ซึ่งในช่วงปีแรกๆ ค่าใช้จ่ายของบริษัทประกันชีวิต จะสูงมาก ทำให้มูลค่าเงินสดเหลือน้อย โดยเฉพาะสิ้นปีที่ 1 จะยังไม่มีมูลค่าเวนคืนเงินสดเลย จะเริ่มมีในสิ้นปีที่ 2 เป็นต้นไป (กรมธรรม์บางแบบประเภทสะสมทรัพย์อาจจะมีมูลค่าตั้งแต่สิ้นปีที่ 1)และเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ท่านสามารถศึกษาได้เองจากกรมธรรม์หน้าตารางมูลค่า วิธีคำนวณคือ ใช้ตัวเลขในตาราง คูณด้วยทุนประกันของท่าน หารด้วย หนึ่งพัน นั่นคือตัวเลขจำนวนเงินที่จะได้รับในสิ้นปีนั้นๆ

2. กรมธรรม์ใช้เงินสำเร็จ
คือ การลดทุนประกันลง แต่ระยะเวลาคุ้มครองเท่าเดิม
ใช้ตัวเลข ณ สิ้นปีนั้นๆ คูณทุน หารพัน จะได้ทุนประกันที่ลดลง หากเป็นกรมธรรม์ประเภทสะสมทรัพย์ท่านจะได้รับเงินคืนเท่าจำนวนเงินทุนประกันที่ลดลงเมื่อครบสัญญา

3. การประกันภัยแบบขยายเวลา
คือ ต้องการความคุ้มครองเท่าเดิม แต่บริษัทจะคุ้มครองต่อไปได้อีกกี่ปี กี่วัน ดูได้ในตาราง ไม่ต้องคำนวณ หากเป็นกรมธรรม์ประเภทสะสมทรัพย์ อาจจะมีเงินจ่ายคืนทันทีเมื่อทำขยายเวลา และเมื่อครบกำหนดขยายเวลาแล้ว อาจจะมีเงินครบกำหนดอีก วิธีคำนวณเงินทั้งสองแบบก็ใช้ตัวเลขคูณทุนหารพันเช่นเดิม

การกู้อัตโนมัติ
จะเกิดขึ้นเมื่อพ้นระยะเวลาผ่อนผันแล้ว(31วันหลังครบกำหนด)ลูกค้ายังไม่ได้ชำระเบี้ยประกัน และมูลค่าเวนคืนเงินสด มากกว่าเบี้ยประกันที่จะชำระ บริษัทจะกู้มูลค่าเงินสดมาชำระเบี้ยประกันโดยอัตโนมัติ เพื่อให้ลูกค้าได้รับความคุ้มครองเหมือนเดิม และจะเริ่มคิดดอกเบี้ยตามอัตราท่่ระบุไว้ในกรมธรรม์ และถ้าลูกค้าไม่ชำระเงินกู้ และปีถัดไปไม่ชำระอีกก็จะเข้าสู่ระบบกู้อัตโนมัติเหมือนเดิม หากมูลค่าเวนคืนเงินสดไม่พอ กรมธรรม์ก็จะเปลี่ยนเป็นการประกันภัยแบบขยายเวลา หรือ ใช้เงินสำเร็จต่อไป ทั้งนี้บริษัทจะมีจดหมายแจ้งลูกค้าให้ทราบความเคลื่อนไหวทุกครั้ง ขอเพียงท่านเปิดอ่านสักนิด ท่านจะทราบความเคลื่อนไหว สถานะของกรมธรรม์ท่านตลอดเวลา

วิธีไหนดีที่สุดถ้าต้องการหยุดชำระเบี้ยจริงๆ
ต้องดูหน้าตารางมูลค่ากรมธรรม์ของแต่ละท่าน ซึ่งแตกต่างกัน
ในความเห็นของท่าน คำว่า “ความคุ้มครองยังมีอยู่ แต่ลดลงจากเดิม” ลดลงจากเดิม นั้น ถ้าหมายถึงความคุ้มครองจะไม่ถูกต้อง ขยายเวลา ความคุ้มครองจะยังเท่าเดิม แต่จะคุ้มครองต่อไปอีกได้กี่ปี เช่น กรมธรรม์ระยะเวลา 20 ปี ทำมาแล้ว 5 ปี ดูหน้าตารางมูลค่าฯ แล้วขยายเวลาได้ 7 ปี หมายความความว่า นับจากสิ้นปีที่ 5 แล้ว จะขยายความคุ้มครองต่อได้อีก 7 ปี หลังจากนั้นกรมธรรม์ก็หมดความคุ้มครองลง ในกรณีเป็นกรมธรรม์ประเภทออมทรัพย์ ทำมา 5 ปีเช่นกัน แล้วตารางขยายเวลาเป็น 15 ปี และมีเงินเมื่อครบสัญญาอีก xx บาท อย่างนี้คือคุ้มครองได้ครบ 20 ปี และได้รับเงินคืนบ้าง เมื่อครบ 20 ปี

ถ้าต้องการให้คุุ้มครองไปจบครบสัญญา แต่ความคุ้มครองลดลง เรียกว่า ใช้เงินสำเร็จ
และการที่จะทำขยายเวลา หรือ ใช้เงินสำเร็จ ต้องทำ ณ ตอนกรมธรรม์ครบรอบปีของการชำระเบี้ย




insurancethai.net เว็บไซต์สื่อกลาง ศูนย์รวมข้อมูลประกันภัย

สอบถาม บริษัทประกัน เจ้าของผลิตภัณฑ์ หรือ ตัวแทน/นายหน้า ทั่วประเทศ

💥เวอไนน์ไอคอร์ส สุดยอดคอร์สสร้างเว็บไซต์ สร้างฐานทัพหลักบนโลกออนไลน์ [Ad]
VIR9 icourse (เวอไนน์ไอคอร์ส สร้างเว็บไซต์ )



up arrow